ในไม่กี่ปีมานี้ การฝึกความแข็งแรง (หรือการออกกำลังกายแบบแรงต้าน) ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
ครั้งหนึ่งเคยมีการให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายระบบไหลเวียนเลือด (ให้นึกถึงการวิ่ง) เพื่อสุขภาพและองค์ประกอบของร่างกายที่ดียิ่งขึ้น จึงมีหลักฐานมาสนับสนุนประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบแรงต้านมากขึ้นเรื่อย ๆ
1. เพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วยการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องของกล้ามเนื้อ
ร่างกายของคุณจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปรับตัวและสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเพื่อจัดการกับความต้องการในอนาคต กล้ามเนื้อเป็นเนื้อเยื่อที่มีการเผาผลาญในตัวเอง ซึ่งหมายความว่ามันเผาผลาญแคลอรีแม้ว่าจะหยุดพัก
2. เปลี่ยนแปลงรูปร่างของคุณ
ในขณะที่บางคนอาจกังวลว่ามวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้นจะทำให้พวกเขาตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งมักจะตรงข้ามกับความเป็นจริง ในขณะที่มวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้นอาจเพิ่มตัวเลขบนตาชั่ง มวลกล้ามเนื้อ 1 กก. กินพื้นที่น้อยกว่ามวลไขมัน 1 กก. ดังนั้น หากคุณสามารถลดมวลไขมัน 1 กก. ในขณะที่มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 1 กก. ตัวเลขบนตาชั่งจะไม่เปลี่ยน แต่คุณอาจพบว่าสวมใส่เสื้อผ้าได้ฟิตมากขึ้น รู้สึกมั่นใจในรูปลักษณ์ภายนอกมากขึ้นและการแสดงความคิดเห็นของคนอื่น ๆ ต่อรูปร่างที่เปลี่ยนไปของคุณ
3. ปรับปรุงท่าทาง
กล้ามเนื้อไม่เพียงดูดีเท่านั้น มันยังทำหน้าที่ล้ำค่าอื่น ๆ อีกด้วย กล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อส่วนท้องที่แข็งแรงจะช่วยให้คุณยืนตัวตรงได้อย่างอกผายไหล่ผึ่ง อย่าประเมินคุณค่าของท่าทางต่ำเกินไป มันไม่เพียงเกี่ยวข้องกับลักษณะภายนอกของคุณ แต่ยังลดการปวดเมื่อยอีกด้วย
4. กระดูกแข็งแรงขึ้น
การฝึกความแข็งแรงไม่เพียงกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ปรับตัวเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นกระดูกให้ปรับตัวและแข็งแรงยิ่งขึ้น กระดูกตอบสนองต่อความตึงเครียดทางกลไก (เช่น การกระโดด) ด้วยการเพิ่มการสร้างกระดูก ส่งผลให้กระดูกแข็งแรงพร้อมกับมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นด้วย มีความคิดที่ว่ากระดูกของเราจะมีความหนาแน่นของแร่ธาตุสูงสุดในตอนกลางของอายุช่วง 20 ปี หลังจากหมดช่วงนี้ ความหนาแน่นของแร่ธาตุกระดูกจะค่อย ๆ ลดลง และเสี่ยงในการเกิดกระดูกร้าวมากขึ้น เราสามารถชะลออัตราการลดลงเช่นนี้ได้ผ่านการออกกำลังกายแบบแรงต้าน
5. ลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บ
การออกกำลังกายแบบแรงต้านไม่เพียงลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บของกระดูกเท่านั้น กล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากขึ้นยังช่วยยึดข้อต่อให้อยู่กับที่ จึงช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บอย่างเช่นข้อต่อเคลื่อน ความสมดุลระหว่างกลุ่มกล้ามเนื้อ (เช่น กล้ามเนื้อดึงกับกล้ามเนื้อผลัก) และด้านข้างของร่างกายยังช่วยลดอาการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับส่วนอสมมาตรเหล่านี้อีกด้วย
6. การลดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ
ภาวะทางสุขภาพอย่างเช่นเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM) และข้อต่ออักเสบอาจได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายแบบแรงต้านเป็นประจำด้วยเช่นกัน การเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อต่ออักเสบทำให้กลุ่มกล้ามเนื้อสามารถช่วยสนับสนุนและลดความเจ็บปวด จึงเป็นผลให้การทำงานดีขึ้นได้ การฝึกแบบเดียวกันนี้ยังมีประโยชน์ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากมันต้องพึ่งพากลูโคสที่กักเก็บไว้เป็นพลังงาน มวลกล้ามเนื้อเป็นที่จัดเก็บของกลูโคส ดังนั้นมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้นจึงช่วยให้ร่างกายจัดการกับปริมาณกลูโคสในอนาคตที่ทะลักเข้ามาจากอาหารได้ อีกทั้งมันยังช่วยเผาผลาญพลังงาน จึงช่วยควบคุมน้ำหนักในเบาหวานชนิดที่ 2 ได้เช่นเดียวกับการออกกำลังกายระบบไหลเวียนเลือด
7. มีประโยชน์ต่อสุขภาพจิต
นอกจากประโยชน์ทางกายภาพ การออกกำลังกายสามารถทำให้อาการกังวลและภาวะซึมเศร้า รวมทั้งช่วยให้อารมณ์คุณดีขึ้นได้ นี่อาจเป็นผลแบบผสมผสานทั้งกลไกทางกายภาพ/ทางประสาทพร้อมกับความสำเร็จที่เป็นผลมาจากการออกกำลังกายเสร็จสิ้น หรือแม้แต่การปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่เป็นไปได้หากคุณออกไปนอกบ้านและฝึกร่วมกับผู้อื่น แน่นอนว่าประโยชน์ที่แจงรายการไว้ข้างต้นไม่ได้หมดเพียงแค่นั้น แต่ยังมอบแนวความคิดของผลเชิงบวกที่อาจมาพร้อมกับการออกกำลังกายแบบแรงต้านเป็นประจำให้คุณด้วย
ลองใช้การออกกำลังเพื่อความแข็งแรงของ Reburn วันนี้เลย!
แหล่งอ้างอิง
Resistance Training Health Benefits
Effects of aerobic and/or resistance training on body mass and fat mass
Effects of High-Intensity Strength Training on Multiple Risk Factors for Osteoporotic Fractures
Strength training builds more than muscles
Dynamic exercise programs (aerobic capacity and/or muscle strength training)