ทำไมต้องนับก้าว

หากเราคิดว่าการออกกำลังกายรายวันของเรานั้นมีเพียงแค่ 30 นาทีต่อวัน พลังงานส่วนใหญ่ที่เราใช้ไป (หรือการเผาผลาญแคลอรี่) จะมาใน 23.5 ชั่วโมงของอีกวัน

การเผาผลาญด้วยกิจวัตรประจำวัน (NEAT) หมายถึง พลังงานที่ใช้ในกิจกรรมรายวันอื่น ๆ เช่น การเดินไปทำงาน การช็อปปิงในห้างสรรพสินค้า การเดินถือเป็นแหล่งหลักของการเผาผลาญด้วยกิจวัตรประจำวันสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ และเป็นดังคำพูดเก่าแก่ที่ว่า สิ่งใดที่วัดค่าได้ ก็จัดการได้ การนับก้าวสามารถช่วยทำให้คุณรับรู้ถึงระดับกิจกรรมตลอดทั้งวันได้ เพียงแค่เดินให้มากขึ้นก็สามารถช่วยเรื่องสุขภาพหัวใจ, ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, การนอนหลับ, ความทนทานและสุขภาพจิต ตลอดจนการเพิ่มพลังงานที่ใช้ไป

เนื่องจากความตึงเครียดและการออกกำลังกายที่ไม่มีแรงกระทำ ผู้คนส่วนมากจึงปฏิบัติได้ การออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงหรือคาร์ดิโอที่เข้มข้นนั้นอาจมากเกินกว่าจะปฏิบัติทุกวัน แต่เราตั้งเป้าหมายด้วยการเดินให้ถึงจำนวนก้าวที่กำหนดได้ทุกวัน เช่นเดียวกันกับการวิ่งให้ประโยชน์ในการลดน้ำหนักและมุมมองเรื่องสมรรถภาพ แต่การเดินนั้นสร้างความตึงบนข้อต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงเข่าได้น้อยกว่า และมีแนวโน้มที่จะทำในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนมากกว่า ประโยชน์ของการแอคทีฟตลอดทั้งวันด้วยการเคลื่อนไหวเข้มข้นต่ำ อย่างเช่นการเดินนั้นมีแนวโน้มที่จะได้ประโยชน์มากกว่าการออกกำลังกาย 30 นาทีให้เสร็จสิ้นในหนึ่งวันและจากนั้นก็ใช้เวลาที่เหลือทั้งวันไปกับการทิ้งตัวอยู่บนที่นอน การตั้งเป้าหมายก้าวเดินสามารถรับประกันเรื่องนั้นได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเสร็จสิ้นการออกกำลังกายแล้ว คุณก็ยังคงแอคทีฟตลอดทั้งวันได้

คุณอาจเคยได้ยินเรื่องการตั้งเป้าหมาย 10,000 ก้าวต่อวันในขณะที่ยังไม่มีข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวว่านี่เป็นตัวเลขอันมหัศจรรย์ ก็มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าจำนวนก้าวที่เพิ่มขึ้นสามารถเพิ่มผลลัพธ์ทางสุขภาพได้ บางทีคุณควรพิจารณาว่าการนับก้าวรายวันโดยเฉลี่ยปัจจุบันของคุณเป็นอย่างไร และมุ่งเป้าไปที่การเพิ่มให้มันเป็น 500 ก้าวต่อสัปดาห์ กิจกรรมรายวันโดยรวมของคุณนั้นสำคัญมากพอ ๆ กับการออกกำลังกายวันละ 30 นาทีนะ!

แหล่งอ้างอิง

Health check – do we really need take 10000 steps a day

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/12468415/

Counting every step you take.

https://www.ajpmonline.org/article/S0749-3797(10)00206-0/fulltext

https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0141274